เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสิรฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวยอมรับว่า ยังมีข่าวเข้ามาเป็นระยะถึงกรณีกลุ่มก่อความไม่สงบเตรียมการก่อวินาศกรรมใน พื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุด โดยเฉพาะสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ขอร้องว่าประชาชนไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไป เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยประมาทและได้ดูแลทุกอย่างที่คิดว่าอาจ จะเกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้น โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลยังคงทำงานอย่างเต็มที่ทุกวัน มีทั้งการตั้งด่านตรวจอย่างเข้มงวด การเพิ่มกำลังสายตรวจ และเพิ่มชุดสืบสวนออกติดตามหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มเพื่อ ระวังป้องกันเหตุ ส่วนกลุ่มที่จะก่อเหตุยังบอกไม่ได้ชัดเจนแต่ได้ตั้งเป้าไว้หลายส่วนที่จะ ต้องเฝ้าระวัง โดยมีการป้องกันและได้แจ้งเตือนไปทั่วประเทศแล้วเพื่อไม่ให้เกิดการขยายตัว ออกไปยังภูมิภาคต่างๆ
"ส่วนคดีระเบิดที่เกิดขึ้นหลายจุดในกรุงเทพนั้นล่าสุดคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะเหตุระเบิดที่ ซ.รางน้ำ ได้เค้าโครงมามากพอสมควร ส่วนจะมีการจับกุมผู้อยู่เบื้องหลังในเร็วๆ นี้หรือไม่นั้นยังบอกไม่ได้ เพียงแต่การทำงานของตำรวจนครบาลขณะนี้คืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดมากไม่ได้เพราะจะกระทบต่อการสืบสวนสอบสวนได้" พล.ต.อ.ปทีป กล่าว
"เทพไท"ซัด"เฉลิม"ยุปองร้าย"มาร์ค"
น.พ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิอปัตย์ แถลงเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ถึงกรณีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย พูดทีเล่นที่จริงหลายครั้งถึงการปองร้ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า ที่ร.ต.อ.เฉลิมเคยพูดหลายครั้งว่า การเมืองไทยจะสงบได้หากมีการลอบสังหารนายอภิสิทธิ์ รวมถึงการอภิปรายในสภาหลายตอนที่เป็นในเชิงอุปมาปุปไมยว่า หากได้เป็นตำรวจติดตามนายกฯ ก็จะลอบสังหารเรื่องจะได้จบนั้น แม้ร.ต.อ.เฉลิมจะออกมาแก้ตัวว่าเป็นการอุปมาอุปไมย แต่การอุปมาอุปไมยดังกล่าวอาจสร้างให้เกิดความเข้าใจผิดได้
ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การพูดในลักษณะดังกล่าวของร.ต.อ.เฉลิมแม้จะมาออกตัวว่าเป็นการพูดอุปมา อุปไมย แต่เป็นการชี้โพรงให้กระรอกหรือไม่ เป็นการส่งสัญญานให้กลุ่มฮาร์ดคอร์กระทำอะไรหรือไม่ ดังนั้นการส่งสัญญานแบบนี้ของร.ต.อ.เฉลิม ย่อมไม่เป็นผลดี อย่าลืมว่าในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์แกนนำบนเวทีก็พูดอุปมาอุปไมยว่าคน เสื้อแดงตกใจง่าย หากมาทำให้ตกใจก็จะเผาบ้านเผาเมือง ดังนั้นการพูดของร.ต.อ.เฉลิมหากมีคนทำตามนั้น ร.ต.อ.เฉลิมจะรับผิดชอบอย่างไร
"เสก"รับเคยนั่งรถซีวิคบรรทุกบึ้ม
เมื่อเวลา 5 สิงหาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนนายเสกสรร หรือเสก วรปีติเจริญกุล ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีครอบครองวัตถุระเบิดในรถยนต์ฮอนด้าซีวิค ที่นำมาจอดทิ้งไว้ที่อพาร์ตเมนต์ริมน้ำ ในพื้น สน.โคกคราม ซึ่งมี น.ส.ปฏิภัค หรือเป็ด เอกอภิวัชร์ เป็นผู้เฝ้ารถบรรทุกระเบิด ว่า นายเสกสรรเข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา และนำตัวมาควบคุมอยู่ที่ดีเอสไอ และนัดให้พนักงานอัยการร่วมสอบปากคำตั้งแต่ค่ำวันที่ 4 สิงหาคม โดยพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำนายเสกสรรเพื่อขยายผล
นายธาริตกล่าวว่า เบื้องต้นนายเสกสรรยอมรับว่ามีความเกี่ยวข้องและร่วมงานกับนายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มศรี และให้การว่าเคยเข้าไปนั่งในรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ที่บรรจุระเบิดจำนวนมาก ในพื้นที่ สน.โคกครามในลักษณะคาร์บอมบ์ แต่ปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นว่ามีการนำรถดังกล่าวไปทำอะไรต่อ พนักงานสอบสวนประสานให้นักนิติวิทยาศาสตร์เก็บดีเอ็นเอของนายเสกสรรเพื่อ ตรวจสอบเปรียบเทียบกับวัตถุพยานที่พบในรถยนต์ของกลาง พนักงานสอบสวนมีหลักฐานเชื่อว่านายเสกสรรเป็นตัวการร่วมในคดีประกอบระเบิดคา ร์บอมบ์ จึงแจ้งข้อหาครอบครองวัตถุระเบิดร้ายแรง แต่ยังไม่แจ้งข้อหาก่อการร้ายและคดีระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี ระหว่างนี้จะเร่งขยายผลสอบสวนไปยังประจักษ์พยานปากสำคัญ วัตถุพยาน และภาพจากกล้องวงจรปิด
"ดีเอสไอ" สอบโยงบึ้ม "บิ๊กซี"
นายธาริตกล่าวว่า สำหรับความเกี่ยวข้องของนายเสกสรรกับคดีระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ คือ วงจรระเบิดที่หน้าห้างบิ๊กซี มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คล้ายกับวงจรระเบิดที่ต่อไว้ในรถฮอนด้า ซีวิค ที่ สน.โคกคราม จึงมีลักษณะเป็นการกระทำโดยผู้ต้องสงสัยกลุ่มเดียวกัน อย่างไรก็ตาม นายเสกสรรยังให้การปฏิเสธกรณีระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี แต่ดีเอสไอมีพยานหลักฐานอื่นยืนยัน และมีแนวโน้มที่ 2 คดี คือ คดีระเบิดหน้าห้างบิ๊กซีกับคดี สน.โคกคราม จะเชื่อมโยงกัน
นายธาริตกล่าวด้วยว่า ข้อมูลจากการสืบสวนของดีเอสไอยังบ่งชี้ด้วยว่า นายเสกสรรเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุร้ายแรง และร่วมอยู่ในกลุ่มปฏิบัติการ แต่ยังไม่ยืนยันว่าร่วมเป็นการ์ดแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือไม่ เบื้องต้นนายเสกสรรยอมรับเพียงว่า เคยเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง
นายธาริตกล่าวว่า ในชั้นสอบสวนของดีเอสไอ นายเสกสรรได้ใช้สิทธิให้ทนายความส่วนตัวเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย อย่างไรก็ตาม การสอบปากคำของพนักงานสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ดีเอสไอจะควบคุมตัวนายเสกสรรไว้จนครบกำหนด 48 ชั่วโมง โดยจะนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังในวันที่ 6 สิงหาคม
ขอศาลฝากขัง "โก้"พกระเบิด
วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.ท.คมกฤษ โพธิ์ศรี พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ควบคุมตัวนายสรเทียน หรือโก้ สิงกันยา อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคดีมีระเบิดในครอบครอง ที่ใส่กระเป๋าทิ้งไว้ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ไปยื่นคำร้องขอฝากขังนัดครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน จนถึงวันที่ 16 สิงหาคม เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และจากการสืบสวนขยายผลทราบว่าเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2553 นายสุวิทย์หรือบังไว ไม่ทราบนามสกุลจริง นำระเบิดมาฝากไว้กับผู้ต้องหา ต่อมาผู้ต้องหาเอาวัตถุระเบิดดังกล่าวออกมาพกพาติดตัวไว้ กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้าน ประกันตัวเนื่องจากผู้ต้องหากระทำความผิดอัตราโทษสูงตามกฎหมายและเกรงว่าจะ หลบหนี ศาลพิจารณาและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ผบก.น.1 เผย "บังไว"ติดต่อมอบตัว
เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เปิดเผยว่า นายสุวิทย์ หรือบังไว ผู้ต้องหาซึ่งถูกออกหมายจับ ในคดีร่วมกันมีระเบิดไว้ในความครอบครองและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งคาดว่าอาจจะมีส่วนเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่ห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ และเหตุระเบิดคิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวหลังจากมีภาพและหมายจับปรากฏทางสื่อ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม แต่ยังไม่ได้ระบุวัน เวลาที่จะขอเข้ามอบตัว เป็นเพียงการติดต่อเบื้องต้นเพื่อต้องการทราบถึงเอกสารหลักฐาน และหลักทรัพย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการประกันตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ หรือบังไว ถูกระบุว่าเป็นการ์ด นปช.ที่พาแนวร่วมไปฝึกการใช้วัตถุระเบิดที่ด้านหลังลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินี ตามคำซัดทอดของ นายสรเทียน หรือโก้ สิงกันยา ผู้ต้องหาพกพาระเบิดที่ถูกตำรวจ สน.พญาไท จับกุมได้เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา
สุเทพ "ไม่เสี่ยงเลิก"ฉุกเฉิน"
ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ด้านความมั่นคงและผู้อำนวยการ ศอฉ. กล่าวถึงจุดเสี่ยงต่างๆ ที่ ศอฉ. ประเมินว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมนั้นมีจุดไหนบ้าง ว่า ติดตามอยู่ตลอดเวลา พยายามจะบูรณาการทรัพยากรบุคคล เครื่องไม้เครื่องมือและจัดระบบในการประมวลข่าวเพื่อป้องกันสถานการณ์กัน อยู่ ส่วนการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯนั้นไม่มีอะไรที่จะเป็นประโยชน์กับตัวเองและ รัฐบาล แต่เป็นเรื่องของประชาชน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจได้ว่าสิ่งที่รัฐบาลทำเป็นเรื่องของการดูแลความสงบ ของบ้านเมืองจริงๆ
เมื่อถามว่า รัฐบาลไม่ทดลองยกเลิกจะได้รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น นายสุเทพกล่าวว่า บ้านเมืองหากไม่ต้องเสี่ยงหรือทดลองได้จะดี เพราะเห็นมาแล้วว่าตอนเกิดเหตุช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมมีคนบาดเจ็บ ล้มตายจำนวนมาก ดังนั้น หากอะไรที่ป้องกันได้ก็ต้องป้องกัน ขอระยะเวลาหนึ่งเพื่อจัดทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางและมีความมั่นใจก็จะยก เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะรัฐบาลจะไม่เอากฎหมายนี้ไว้นาน
พท.ตั้งกระทู้จี้นายกฯเลิก ศอฉ.
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณากระทู้ถามสดของนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งกระทู้ถามสดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กรณีการยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและอุปสรรคนโยบายปรองดองของรัฐบาลว่า พวกตนยอมแพ้นายกฯในเรื่องของความโหดเหี้ยม และอยากให้มีความสันติสุขเกิดขึ้น วันนี้ยังมีการออกหมายจับในคดีผู้ก่อการร้าย ไม่เว้นแม้แต่คนเป็นผู้แทนราษฎร ตนเป็น ส.ส.มานานไม่มีครั้งใดที่ ส.ส.จะเป็นผู้ก่อการร้าย ต้องถามนายกฯว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องยกเลิก ศอฉ.
นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า ที่บอกว่ารัฐบาลเอา พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งคุกคามทางการเมือง ขอยืนยันว่าไม่มี รัฐบาลกำลังจะทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่สภาวะปกติ การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 24 จังหวัด ก็ยกเลิกมากกว่าครึ่งแล้ว และกำลังเดินหน้ายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ ส่วนการออกหมายจับเป็นอำนาจของศาล ไม่ใช่อำนาจฝ่ายบริหาร
"ส่วน ส.ส.จะเกี่ยวข้องหรือไม่เป็นเรื่องที่ศาลใช้ดุลพินิจว่าจะให้ประกันตัวออกมา หรือไม่ การที่ใครเป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่นั้นไม่ได้ดูว่าเป็น ส.ส.หรือไม่ แต่ดูที่พฤติกรรมว่าเข้าคำนิยามหรือไม่มากกว่า" นายอภิสิทธิ์กล่าว และว่า การไปใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาคนไปขังตามสถานที่ต่างๆ ขอยืนยันว่าไม่มี ถ้ามีขอให้แจ้งมาและจะสอบข้อเท็จจริง
"เสธ.หิ"ให้ข้อมูลบึ้มกรุง2จุด
ที่ห้องประชุม บก.น.5 พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น.พร้อมพนักงานสอบสวน บก.น.1 ร่วมสอบปากคำ พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิ อดีตนายทหารชื่อดัง โดยมี พ.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผกก.3 บก.สส.บช.น.ซักถามข้อมูลที่เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคดีวางระเบิด 2 จุดที่หน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ และที่กองขยะฝั่งตรงข้าม คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่าง พ.ท.หิมาลัย ออกมาเข้าห้องน้ำ ยอมตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับเรื่องที่ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในลูกกตัญญู ประจำปี 2553 ว่า ก็ดีใจที่ได้รับคัดเลือก จะรับรางวัลวันที่ 10 สิงหาคม ที่ตนได้รับเลือกคงเป็นเพราะตนดูแลคุณพ่อคุณแม่มาเป็นอย่างดี ตนทำอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว พอมาทุกวันนี้เรามีแรงก็ยิ่งต้องดูแลให้มากขึ้น วันนี้ตนโชคดีเมื่อประสบความสำเร็จในการงาน แล้วคุณพ่อคุณแม่อายุมากเรายังมีโอกาสดูแลท่านอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า วันนี้มาช่วยอะไรราชการบ้าง พ.ท.หิมาลัยหัวเราะและปฏิเสธว่า ไม่ขอตอบอะไรอีก ก่อนกลับเข้าห้องประชุม เพื่อตอบข้อซักถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อ
ชี้คนไม่มาให้ข้อมูลน่าสงสัย
พล.ต.ต.บุญส่งกล่าวว่า มีผู้มาตามที่ บช.น.เชิญไปแค่ 2 คน คือ พ.ท.หิมาลัย กับนายสมาน วิทยา เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.แพร่ ส่วนคนอื่นไม่มา สำหรับวันที่ 6 สิงหาคมได้รับการติดต่อจากบุคคลต่างๆ ที่เชิญไปว่าไม่สะดวก จึงไม่มีใครมาพบพนักงานสอบสวนเลย
รายงานข่าวแจ้งว่า การเชิญตัวบุคคลและผู้กว้างขวางที่คาดว่าน่าจะมีความรู้ ความชำนาญในเรื่องวัตถุระเบิดมาให้ปากคำตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ทาง พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. มีความพึงพอใจค่อนข้างมาก เนื่องจากการเชิญตัวบุคคลต่างๆ มาให้ปากคำนั้น ถือว่าได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการทำงานอย่างมาก ไม่ว่าผู้ที่มาให้ข้อมูลจะรู้เห็นในเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ ก็ถือเป็นการป้องปรามให้บุคคลต่างๆ ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตามองอย่างใกล้ชิด หากบุคคลใดที่เชิญตัวมาให้ข้อมูลแล้วไม่ยอมมาพบ แม้จะไม่มีความผิด ก็ถือว่าเป็นที่น่าต้องสงสัยได้
"ประวิตร"สั่งเข้มสกัดเหตุ เดือนสิงหาฯ
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวว่า ศอฉ.มีการประชุม และประสานงานกันในเรื่องการข่าว ให้หน่วยข่าวติดตามสถานการณ์ไปเรื่อยๆ ที่ผ่านมามีเหตุระเบิดมาแล้ว 2 ครั้ง ถ้าไม่อยากให้เกิดขึ้นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนจะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา
ขณะนี้ตำรวจดำเนินการในภาพรวมหมดแล้ว แต่เราไม่ทราบว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหรือไม่ เราได้ป้องกันไว้แล้ว พร้อมทั้งพยายามเข้มงวดในเรื่องเบาะแสต่างๆ ในช่วงเดือนสิงหาคมเป็นช่วงที่มีความสำคัญ เราพยายามทำทุกอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้น เราไม่สามารถระบุได้ว่าจะเกิดเหตุขึ้นในพื้นที่ใด แต่เราจะพยายามระมัดระวังในทุกพื้นที่ แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยเฉพาะประชาชน หากมีอะไรสามารถโทร.แจ้งเหตุมาที่สายด่วนของ ศอฉ." พล.อ.ประวิตรกล่าว
ตู่ซัดรบ.ปูดข่าวสิงหาฯอันตราย
ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า กรณีที่หน่วยข่าวความมั่นคงของรัฐบาลระบุให้ระมัดระวังช่วงเวลาสิงหาอันตราย เชื่อว่าเป็นความพยายามที่จะให้รัฐบาลอยู่ในอำนาจต่อไป เหมือนหลายๆ กรณีที่เกิดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงว่ามีเหตุการณ์ที่อันตรายและต้องคงอำนาจไว้ ให้รัฐบาลได้อยู่ต่อไป ขอเตือนตำรวจและดีเอสไอให้เลิกพฤติกรรมนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างข่าว สร้างเรื่องเชื่อมโยง
โดยเฉพาะเรื่องที่ส่งผลกระทบไปถึงสถาบัน เพราะรู้กันอยู่ว่า ทำไมถึงออกมาบอกว่าสิงหาอันตราย เนื่องจากเดือนนี้มีวันสำคัญ จึงพยายามสร้างเรื่อง ไม่ว่าจะให้คนใส่ชุดดำในวันสำคัญแล้วอ้างว่าเป็นคนเสื้อแดง จะเหมือนกับเหตุการณ์ที่เผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เมื่อเรื่องคลี่คลาย ส.ส.ในพื้นที่เริ่มมาชี้ตัวกัน คนส่วนใหญ่กลับเป็นคนที่มาจากบุรีรัมย์ แล้วอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร ขอเตือนรัฐบาลว่าการใช้สถาบันเพื่อดำรงซึ่งอำนาจของรัฐบาลไว้เช่นนี้ จะกลายเป็นตัวบั่นทอนสถาบันเสียเอง จึงขอให้รัฐบาลหยุดการกระทำดังกล่าวเสีย ไม่เช่นนั้นหมดเดือนนี้ก็จะมีกันยาอันตราย ตุลาอันตราย ต่อไปอย่างไม่จบสิ้น"นายจตุพรกล่าว
No comments:
Post a Comment