Thursday, August 5, 2010

จำนวนคนอ่านล่าสุด 7719 คน วันที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7189 ข่าวสดรายวัน เส้นทางผงาด"ประยุทธ์-บูรพาพยัคฆ์"


เป็นที่แน่นอนแล้วว่า "บิ๊กตู่"พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ.

ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ. คนที่ 37 ของกองทัพบกไทย ต่อจาก "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่จะเกษียณราชการในตำแหน่งแม่ทัพบกในอีก 2 เดือนข้างหน้า

การขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ. ของพล.อ.ประยุทธ์ครั้งนี้นับว่าไร้คู่แข่ง

เพราะพล.อ.อนุพงษ์เป็นผู้วางไลน์หรือกำหนดเส้นทางเดินของ พล.อ. ประยุทธ์ มาตั้งแต่ตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 1

หลังปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อ 19 กันยายน 2549 เส้นทางของ พล.อ.อนุพงษ์ก็สดใส จนก้าวขึ้นสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ. ขณะเดียวกันก็ดูแล พล.อ.ประยุทธ์อย่างใกล้ชิดมาตลอด

พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นนายทหารที่มีสายเลือดและเติบโตมาจากนักรบบูรพา หรือนายทหารสาย "บูรพาพยัคฆ์" อย่างแท้จริง

ตั้งแต่จบการศึกษาจาก ร.ร.เตรียม ทหารรุ่นที่ 12 และ ร.ร.นายร้อย จปร. รุ่นที่ 23 ตัดสินใจเลือกเข้ารับราชการในหน่วยทหารเสือราชินี หรือ ร.21 รอ. อันเป็นหน่วยลูกของ พล.ร.2 รอ. หรือบูรพาพยัคฆ์

จนสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดใน พล.ร.2 รอ. หรือกองกำลังบูรพา ดูแลพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออก ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของประเทศ

รวมทั้งยังเป็นน้องรักของ "บิ๊กป้อม"พล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์

ทั้ง 3 มีความสัมพันธ์แน่นปึ้ก เมื่อครั้งเป็นนายทหารเด็กๆ อาศัยอยู่ในบ้านพักนายทหารหนุ่มโสด อันเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า "พี่น้อง 3 ป." ที่อาจกล่าวได้ว่า "มองตา ก็รู้ใจ"



เส้นทางของ พล.อ.ประยุทธ์ มีจังหวะก้าวเดินเสมือนตามรอยเท้าพล.อ.อนุพงษ์ เพราะทุกตำแหน่งไล่จี้ บิ๊กป๊อก แบบหายใจรดต้นคอ

เริ่มจากผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 พัน.2 รอ.) จากนั้นเลื่อนเป็นเสนาธิการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (เสธ.ร.21 รอ.) จนเป็นรองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (รองผบ.ร.21 รอ.)

และก็ได้เป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 รอ.) ถือเป็นผู้การทหารเสือราชินี ต่อจากพล.อ.อนุพงษ์

จากนั้นไต่เต้าในตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (รองผบ.พล.ร.2 รอ.)

กระทั่งขึ้นเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) ข้ามมาเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนเป็น เสธ.ทบ. สมัยพล.อ.อนุพงษ์ เป็น ผบ.ทบ.

แล้วสไลด์ขึ้นเป็น รองผบ.ทบ. จ่อคิวขึ้น ผบ.ทบ.

พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นนายทหารสายบู๊ มีไหวพริบดี ใจถึง นักเลง เพราะในสถานการณ์ความไม่สงบต่างๆ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมวางแผนและดูแลความมั่นคงทั้งหมด

จนเป็นที่ไว้วางใจของพล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์

กระทั่งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้จัดการรัฐบาล ก็ยังไว้วางใจ

เลือกใช้บริการ พล.อ.ประยุทธ์ ในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะการปราบม็อบเสื้อแดงของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)



การจัดโผโยกย้ายนายทหารประจำปี"53 พล.อ.อนุพงษ์ไว้วางใจที่จะมอบหมายให้พล.อ.ประยุทธ์ร่วมจัดทำโผครั้งนี้ด้วย

โดยหากมองถึงสถานการณ์ความมั่นคงที่รออยู่ข้างหน้า พล.อ.อนุพงษ์มั่นใจว่าเป็นงานที่ท้าท้ายต่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างมาก เพราะหลังขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ต้องรับศึกหนักทั้งเรื่องการเมืองและเรื่องภายในกองทัพ

เพราะทั้งทหารแตงโมและคนเสื้อแดง พร้อมจะปะทุหรือก่อเหตุได้ทุกเมื่อ

ดังนั้น การวางตัวคนที่จะเข้ามาร่วมงานในไลน์ "5 เสือ ทบ." พล.อ.ประยุทธ์จึงขอเลือก พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ. เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 มา ยืนเคียงข้าง

โดยให้พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผช.ผบ.ทบ. เป็นรองผบ.ทบ. แล้วโยกพล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 และพล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 เป็น ผช. ผบ.ทบ.

เปิดทางในพื้นที่ให้เพื่อนได้ขึ้นเป็นแม่ทัพภาค เพื่อง่ายต่อการสั่งการ

การจัดแถวให้ พล.ท.ดาว์พงษ์ มือเขียนแผนปราบม็อบเสื้อแดง ขึ้นเป็น เสธ.ทบ. เพื่อทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน แม้จะเป็นสาย "วงศ์เทวัญ" แต่ยังถือว่าพล.อ. ประยุทธ์สามารถคุมเกมได้

พร้อมกับดึงเพื่อนคุมพื้นที่อีสาน เหนือ ที่หน่วยข่าวกองทัพประเมินว่าสถานการณ์ยังไม่ไว้วางใจ รวมถึงพื้นที่ภาคใต้

โดยให้ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นแม่ทัพภาคที่ 2, พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 และพล.ต.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ หน.ประ สานโครงการไทย-มาเลย์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 4



ส่วนการดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคกลาง ยังคงเลือกบริการนายทหารสาย "บูรพาพยัคฆ์"

โดยโยก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ออกไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษ เพราะถูกข้อครหาผลงานไม่เต็ม 100 ในการปราบม็อบแดง

แล้วมอบหมายให้พล.ต.อุดมเดช สีตบุตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 อดีตผู้การทหารเสือฯ สายเลือดบูรพาพยัคฆ์ ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 โดยมี พล.ต.ธีรชัย นาควานิช รองแม่ทัพภาคที่ 1 สายตรงอีกคน เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1

พร้อมดึง พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.ร.2 รอ. ที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากเหตุการณ์เมษาเลือด เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อรอจ่อคิวแม่ทัพภาคที่ 1 ต่อจากพล.ต.อุดมเดช

ส่วนคลื่นลูกหลังนายทหารสายบูรพาพยัคฆ์ที่ขยับขึ้นตำแหน่งหลัก โฟกัสไปที่ พ.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ รองผบ.พล.ร.2 รอ. ขยับขึ้น ผบ.พล.ร.2 รอ.

อันเป็นนายทหารสายตรง พล.อ. ประยุทธ์ ที่เข้ามากุมบังเหียนของหน่วย "บูรพาพยัคฆ์" เต็มมือ

นี่เป็นเพียงการอุ่นเครื่องของนายทหารสายบูรพาพยัคฆ์ ที่ขยับรองรับ ว่าที่ ผบ.ทบ. คนที่ 37 ของกองทัพบกไทย

นามว่า "ประยุทธ์ จันทร์โอชา"

"พลอย-เฌอมาลย์"แขวะหมอดูทักรีเทิร์น"โดม" บอกไม่ใส่ใจ เน้นแต่เรื่องงาน


เมื่อ 4 ส.ค. พลอย เฌอมาลย์ และโดม ปกรณ์ ลัม อดีตคนรักที่ผันมาเป็นเพื่อนร่วมงาน ให้สัมภาษณ์ในงานเปิดกล้องบวงสรวงละครเรื่อง “รักไม่มีวันตาย” ที่บริษัทโพลีพลัส ซอยแจ้งวัฒนะ 43 ซึ่งทั้งสองรับบทนำเป็นคนรักกัน

พลอยกล่าว ว่า ละครเรื่องนี้ ต้าร์ นาวิน เยาวพลกุล หวานใจคนปัจจุบัน ไม่ได้ถามอะไร พี่เขาไม่ยุ่งเรื่องงาน เพราะว่างานนี้รับมาเป็นปีแล้ว ก่อนที่จะคบพี่ต้าร์อีก เขาก็เข้าใจ เพราะพลอยเองก็มีเหตุผลของพลอยเอง ชัดเจน เขาก็เข้าใจ เขาบอกว่าเขาอะไรก็ได้ถ้าพลอยมีความสุข เขาก็พร้อมที่จะสนับสนุน เพราะว่ามันเป็นเรื่องงาน ไม่มีเรื่องส่วนตัว


นักข่าวถามว่า กลัวว่า น้องเพ้นท์ แฟนโดมจะไม่สบายใจไหม นางเอกสาว กล่าวว่า “พลอยไม่รู้ คือพลอยไปคิดแทนเขาไม่ได้ ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขากับพี่โดมดีกว่า เขาจัดการกันเอง พลอยบอกแล้วว่างานก็คืองาน ถ้าพลอยยังมีอะไรค้างคาใจมันคงไม่มาถึงจุดนี้ อย่างที่บอกว่าเราสองคนไปไกลเกินกว่าที่จะกลับมาเป็นแบบเดิมแล้ว เป็นเพื่อนดีกว่า”


ถามถึงเรื่องที่มีหมอดูมาทักว่ามีสิทธิ์รีเทิร์นกับโดม พลอยกล่าวว่า “พอมีกระแสอะไร หมอดูก็โผล่มาตลอดแหละค่ะ พลอยไม่ใส่ใจไม่เสพ คือพลอยได้คุยกับท่านว.วชิรเมธี ท่านบอกว่า ....

เปิดโครงการ"ไอเดีย...ประเทศไทย" ส่งความเห็นลุ้นโหวต5อันดับสูงสุด รับทุนวิจัย1แสนบาท

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสถาบัน ChangeFusion และสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จัดงานแถลงข่าวโครงการไอเดีย..ประเทศไทย (Ideas for Thailand) ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 ส.ค.เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงพัฒนาสังคมไทยขึ้น ซึ่งงานนี้มีจุดประสงค์หลักในการระดมและรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนทั่ว ประเทศไทย เพื่อนำความคิดนั้นมาสร้างเป็นนโยบายหรือโครงการในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป


นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีเปิดโครงการ กล่าวว่า โครงการไอเดีย..ประเทศไทย (Ideas for Thailand) เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงพัฒนาสังคมไทย โครงการนี้จะรับหน้าที่เป็นสื่อกลางในการรวบรวมความคิดเห็นของประชาชน แล้วในขั้นสุดท้าย เราก็จะเปิดช่องทางให้ประชาชนได้คัดกรองความคิดที่ชื่นชอบที่สุดเพื่อพัฒนา ให้เป็นโครงการพัฒนาสังคม ที่อาจจะทำโดยภาคเอกชนเอง หรือว่าเป็นนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและคุณลักษณะของไอเดียนั้นๆ แต่ที่สำคัญก็คือ เจ้าของความคิดที่ได้รับเลือกนั้น ต้องมามีส่วนร่วมในการทำความคิดนั้นให้เป็นความจริงด้วย เพราะเราเชื่อว่าการพัฒนาสังคมที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงาน หรือ องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หากแต่เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน


"ผมมั่นใจว่า มีพี่น้องคนไทยมากมายที่อยากทำอะไรเพื่อสังคม แต่ว่ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ไหนดี ขอเพียงแค่ส่งไอเดียเข้ามา ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้รับเลือกให้เป็น 5 ไอเดียสุดท้าย แต่ถ้าเป็นความคิดที่น่าสนใจพอ ก็มีโอกาสที่เราจะสามารถหาองค์กรผู้สนใจสนับสนุนความคิดนั้นๆผ่านทางโครงการ ไอเดียประเทศไทยได้ โดยทีมงานก็จะให้ความช่วยเหลือตรงนี้อย่างเต็มที่" นายสาทิตย์กล่าว


สำหรับช่องทางที่ประชาชนสามารถส่งความคิดเห็นต่างๆ นั้น ทางโครงการได้จัดทำเว็บไซต์ www.pm.go.th/ideasforthailand และ www.ideas.in.th หรือจะส่งผ่านแบบฟอร์มที่จะสามารถรับได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การ เกษตรและศูนย์ไอซีทีชุมชนทั่วประเทศ หรือผ่านทาง ตู้ ปณ.123 ปณศ. จตุจักร กรุงเทพ 10900 นอกจากนี้สถานีวิทยุ ดีเอฟเอ็ม ร่วมด้วยช่วยกัน 10 สถานีครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด ยังจะจัดทีมงานลงพื้นที่เพื่อสำรวจและรับไอเดียจากผู้ฟังทั่วประเทศอีกด้วย โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-938-2636 หมดเขตเปิดรับไอเดีย วันที่ 31 สิงหาคมนี้ และจะทำการคัดเลือกให้เหลือ 50 ไอเดีย เพื่อให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของไอเดียได้แสดงรายละเอียดของไอเดียของตนภายใน งาน "ไอเดีย เฟสติวัล" (Ideas Festival)


จากนั้นจะทำการคัดเลือกให้เหลือ 20 ไอเดียโดยคณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้ประชาชนร่วมโหวตผ่านสองเว็บไซต์ดังกล่าว โดยจะสามารถติดตามรายละเอียดไอเดียทั้งหมด ผ่านรายการ ไอเดีย..ประเทศ ทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 ไอเดียที่ได้รับการโหวตมากที่สุด 5 สุดท้าย จะได้รับเงินสนับสนุนในการวิจัยโครงการมูลค่า 1 แสนบาท พร้อมงบประมาณเมื่อถูกพิจารณาให้เป็นนโยบายเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป แต่ทั้งนี้หากมีองค์กรใดที่ให้ความสนใจ ทั้ง 50 ไอเดีย ก็จะสามารถนำมาปรับให้เป็นโครงการที่นำไปปฏิบัติจริงได้

"เลดี้ กาก้า"เปิดอกรับเคยติด "โคเคน" ..บอกไม่กล้ามีเซ็กส์ เพราะกลัวถูกดูดความคิดสร้างสรรค์


เลดี้ กาก้า








วันนี้ขอย้อนกลับมายังเรื่องของ "เลดี้ กาก้า" อีกครั้ง โดยคราวนี้นักร้องสาวคนดังได้เปลือยกายถ่ายแบบลงปกนิตยสาร "วานิตี้ แฟร์" พร้อมเปิดอกเกี่ยวกับชีวิตของเธอ โดยเฉพาะเรื่องราวส่วนตัว เกี่ยวกับชีวิตเซ็กส์และยาเสพติด


ในเรื่องของชีวิตคู่นั้น นักร้องคนดังก็มีความคิดแปลกประหลาด โดยเธอเปิดเผยว่า เธอใช้ชีวิตอย่างคนไร้คู่ เพราะว่าเธอกลัวว่าการมีคู่จะทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเธอหมดไป !!!


"ฉันเป็นคนขี้เหงา ฉันเหงาแม้จะมีคนรักอยู่ด้วย มันเป็นอาการปกติของคนที่เป็นศิลปิน ตอนนี้ฉันใช้ชีวิตอย่างคนโสด และไม่มีเวลาที่จะพบกับใครใหม่ๆ ฉันชอบคิดอะไรแปลกๆ อยู่เสมอ เช่น ฉันคิดว่าถ้าฉันมีเพศสัมพันธ์ มันจะเป็นการดึงความคิดสร้างสรรค์ของฉันให้หมดไปผ่านทางอวัยวะเพศ ?!?" เลดี้ กาก้า กล่าว


นอกจากนี้ เธอยังเปิดเผยอีกว่า ตัวเองไม่กล้าเสพเฮโรอีน แต่เคยเสพติดโคเคน ทั้งนี้ แทนที่เธอจะไปเข้ารับการบำบัดการติดยาเสพติด เธอกลับตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่ครอบครัว หันเข้าหาแม่และยายของเธอ เพื่อช่วยให้เลิกติดยาได้สำเร็จ

"เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ฉันร้องไห้โฮ ฉันบอกกับยายว่าชีวิตของฉันมันจบลงแล้ว ไร้ซึ่งความหวัง ทั้งที่ฉันทำงานหนักและรู้ดีว่าตัวเองมีดีขนาดนี้ ฉันจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งยายบอกว่า จะให้ฉันร้องไห้ไปสัก 2-3 ชั่วโมง แต่หลังจากนั้นฉันต้องหยุดร้องไห้ รวบรวมสติให้ดี แล้วกลับไปนิวยอร์กและไปลุยให้มันเต็มที่" นักร้องสาว เล่าย้อนความหลังและกล่าวว่า ในที่สุดฉันก็ทำตามที่ยายบอกไว้


ทำให้ในปัจจุบัน "เลดี้ กาก้า" สามารถขายอัลบั้มเพลงได้ 15 ล้านแผ่นและซิงเกิ้ลอีก 40 ล้านแผ่นทั่วโลก เธอกลายเป็ยคนดังที่สุดคนหนึ่งในโลก พิสูจน์ได้จากการที่มีคนคอยติดตามเธอในเว็บไซต์ทวิตเตอร์มากถึง 5 ล้านคน และในเว็บไซต์เฟ๊ซบุ๊คอีกกว่า 10 ล้านคน

ตะลึง ลูกสาวดารานักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังเล่นหนังโป๊ หวังปูทางสู่วงการมายา

ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น และลูกสาว"มอนตาน่า"

เว็บไซต์"TMZ"ซึ่งเป็นเว็บไซต์เจาะข่าวลึกดาราและบุคคลดัง เปิดเผยว่า มอนตาน่า ฟิชเบิร์น ลูกสาวของลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น วัย 19 ปี ดารานักแสดงชื่อดังฮอลลีวูด ได้เล่นหนังโป๊ให้แก่บริษัทภาพยนตร์หนังผู้ใหญ่"วิวิด เอ็นเตอร์เทนเมนต์"โดยเธอกล่าวชี้ว่า เธอตัดสินใจทำเช่นนี้ เพราะเห็นว่า คิม คาร์ดาเชียน นางแบบดัง ประสบความสำเร็จในอาชีพของเธอ ภายหลังมีเทปเซ็กส์ของเธอปรากฎออกมา อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุว่า ลอวเรนซ์ผู้เป็นพ่อของมอนตาน่า ได้ล่วงรู้เรื่องนี้แล้วหรือไม่ และมีปฎิกิริยาอย่างไร กับการกระทำของลูกสาวเขา แต่หนังดังกล่าวคาดว่าจะถูกวางตลาดในเดือนส.ค.นี้

อนึ่ง สำหรับ"ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น"เป็นนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังที่มีผลงานดังหลายเรื่อง และเป็นรู้จักมากที่สุดกับบทบาท"มอร์เฟียซ"ผู้ค้นหาผู้กอบกู้โลก ในภาพยนตร์ไฮไฟคลาสสิกเรื่อง"เดอะ เมทริกซ์"

"เจ้านกกระจอก" คว้ารางวัลสูงสุด เทศกาลภาพยนตร์ "อีร่า นิว ฮอไรซันส์" ประเทศโปแลนด์







ภาพยนตร์เรื่อง "เจ้านกกระจอก" หรือ "Mundane History" ของผู้กำกับหญิง "อโนชา สุวิชากรพงศ์" สร้างชื่อเสียงอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัลสูงสุด จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ "อีร่า นิว ฮอไรซันส์" ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 1 สค.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงวอร์ซอว์ ประเทศโปแลนด์

โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ก็ได้รับรางวัลสูงสุดที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทรานซิลเวเนีย ที่ประเทศโรมาเนีย นอกจากนั้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังได้รับรางวัล "วีพีอาร์โอ ไทเกอร์ อวอร์ดส์" จากทางเทศกาลภาพยนตร์รอตเตอร์ดัม มาครอบครองได้อีกด้วย โดยอโนชา จะได้รับเงินรางวัลเป็นจำนวน 20,000 ยูโร (ประมาณ 840,000 บาท)

โดยมีคณะกรรมการตัดสินอาทิ Jonathan Caouette ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง "Tarnation" และ Yesim Ustaoglu ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง "Waiting for the Clouds" เป็นต้น

ภาพยนตร์เรื่อง "เจ้านกกระจอก" มีโปรแกรมเข้าฉายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในวันที่ 5 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ในโครงการ Director′s Screen 2553 ซึ่งจัดขึ้นบริษัท เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น จำกัด ที่โรงภาพยนตร์ เอสเอฟเอ็กซ์ เอ็มโพเรียม

ชมตัวอย่างภาพยนตร์ได้จากคลิปด้านล่าง




อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้กำกับหญิงไทยสุดเจ๋ง คว้ารางวัล "หนังยอดเยี่ยม" อีกครั้ง
หนังไทย "เจ้านกกระจอก" ประกาศศักดาคว้ารางวัลใหญ่จากเทศกาลร็อตเตอร์ดัม
"เจ้านกกระจอก": กาลเวลา, จักรวาลวิทยา และ ความสัมพันธ์ระหว่างบิดากับบุตร
"เจ้านกกระจอก" ของ "อโนชา สุวิชากรพงศ์" ได้รับคัดเลือกให้เข้าประกวดในเทศกาลหนังปูซาน

"เจย์ โจว"เผยอาจอำลาวงการบันเทิงในอีก 4 ปี พร้อมจะให้แฟนสาวเป็น"เบอร์หนึ่ง"


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ว่า เจย์ โจว์ ซูเปอร์สตาร์ดาราและนักร้องชาวไต้หวัน เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวว่า เขาอาจจะอำลาวงการบันเทิงในอีก 4 ปีข้างหน้า หากยอดขายอัลบั้มของเขาไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป โดยไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องเสียเวลากับอาชีพบันเทิงอีก และเขาไม่กล้าคิดว่า ใครๆ จะมายกย่องเขาเป็นไอดอลในสภาพเป็นคุณลุงไปแล้ว

นอกจากนี้ เขากล่าวว่า เขามีพันธะผูกพันต่อเพื่อน ๆ ที่จะช่วยเหลือพวกเขาออกจากอาชีพ ตามที่พวกเขาต้องการ ซึ่งเขาไม่แคร์ว่าผู้คนจะวิจารณ์ยังไง ขอเพียงหากทำแล้วเขามีความสุข และเมื่อถูกถามว่า เช่นนี้หมายความว่า เขารักเพื่อนมากกว่าแฟนหรือไม่ ซูเปอร์สตาร์รายนี้กล่าวว่า หากเขามีแฟน แฟนเขาก็จะกลายเป็นคนสำคัญอันดับหนึ่ง และเขาจะให้เวลาแก่ผู้หญิงคนนี้นไม่ว่าเขาจะยุ่งแค่ไหนก็ตาม และจะทำทุกอย่างที่คู่รักปกติกระทำกัน เช่น ช็อปปิ้ง ไปดูหนัง และหลีกเลี่ยงการทำให้เธอคิดว่า เขาเป็นดารา